ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมไทย > ผ้าและผลิตภัณฑ์จากผ้า
ผ้าคลุมไหล่ย้อมคราม

ผ้าคลุมไหล่ย้อมคราม-0
ผ้าคลุมไหล่ย้อมคราม-1
ผ้าคลุมไหล่ย้อมคราม-2
ผ้าคลุมไหล่ย้อมคราม-3

ผ้าคลุมไหล่ย้อมคราม

 
0 เต็ม 5
 
( ยังไม่มีความเห็น )

เป็นการทอผ้าย้อมสีธรรมชาติ เมื่อนำผ้าตัดเป็นเสื้อผ้าแล้วนำไปสวมใส่จะเย็นสบาย ซึ่งในปัจจุบันหาเสื้อผ้าที่ตัดจากการย้อมสีธรรมชาติมีน้อยมาก และเป็นการทอด้วยมือ ที่เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านอย่างแท้จริง
 ค่าจัดส่งต่อชิ้น
Kerry :   กรุงเทพฯ และปริมณฑล 35 บาท | ภูมิภาค 45 บาท

ราคา 200 บาท

จำนวน  
 (มีสินค้า 50 รายการ)
โดย
ร้านนางวันเพ็ญ บุตรสุวรรณ์
สินค้า
1 รายการ
จังหวัด
นครพนม

0931570828
ได้ศึกษา เรียนรู้ สืบทอด การย้อมคราม การทอผ้า มาจากบรรพบุรุษ
เป็นการทอผ้าย้อมสีธรรมชาติ เมื่อนำผ้าตัดเป็นเสื้อผ้าแล้วนำไปสวมใส่จะเย็นสบาย ซึ่งในปัจจุบันหาเสื้อผ้าที่ตัดจากการย้อมสีธรรมชาติมีน้อยมาก และเป็นการทอด้วยมือ ที่เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านอย่างแท้จริง
1 เตรียมน้ำคราม
2 การย้อมคราม
3 การมัดหมี่
4 การทอผ้า
(เฉพาะขั้นตอนการทอ 1 วัน ทอได้ 5 – 6 เมตร)
ขั้นตอนกระบวนการผลิต/วิธีทำ
1.ขั้นเตรียมการ
1.1 เตรียมต้นคราม
-ปลูกต้นครามประมาณ 4 เดือนจึงสามารถเก็บเกี่ยวใบครามไปย้อมฝ้ายได้
1.2 เตรียมน้ำโซ่
-จัดหาใบต้นเหมือดและใบสมอจากธรรมชาติหรือแหล่งเพาะปลูก เพื่อนำมาต้มให้เดือดน้ำที่ได้จากการต้มจะมีสีเหลืองอ่อน ๆ มีคุณสมบัติเพื่อไม่ให้น้ำครามจับตัวกันเป็นก้อนในเวลาย้อมผ้า
1.3 เตรียมน้ำดั่ง
-จัดหาเปลือกนุ่นแห้ง(เปลือกผลงิ้ว) โคนต้นกล้ายเน่าแห้ง เปลือกผลมะพร้าวแห้ง ต้นผักขมแห้ง นำมากองรวมกันแล้วเผา จะได้เถ้าถ่านที่จะนำมาทำน้ำดั่ง ปล่อยให้เย็นแล้วนำใส่ถังน้ำเทน้ำใสเพื่อกรองเอาน้ำ น้ำที่ได้มีคุณสมบัติให้น้ำครามจับเนื้อฝ้ายและเนื้อฝ้ายไม่ตกสี เรียกว่า น้ำดั่ง
1.4 การเตรียมฝ้ายที่จะย้อม
-นำฝ้ายแช่น้ำ (หมัก) ประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วนำฝ้ายมาทุบด้วยไม้ เพื่อให้เส้นฝ้ายแตกตัว และดูดซับน้ำคราม
-ตึงฝ้ายที่ทุบและผ่านการทำความสะอาดและ ขึง
1.4 การเตรียมฝ้ายที่จะย้อม
-นำฝ้ายแช่น้ำ (หมัก) ประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วนำฝ้ายมาทุบด้วยไม้ เพื่อให้เส้นฝ้ายแตกตัว และดูดซับน้ำคราม
-ตึงฝ้ายที่ทุบและผ่านการทำความสะอาดและ ขึง และจัดให้เส้นฝ้ายเรียงเส้นกันเป็นระเบียบ เพื่อง่ายต่อการดำเนินการย้อมสี
1.5 การเตรียมหัวเชื้อ (น้ำเบือก)
-เป็นน้ำที่ได้จากกระบวน ขั้นการผลิต การย้อมสีฝ้าย
2.ขั้นการผลิต
-เก็บเกี่ยวใบครามที่มีอายุประมาณ 4 เดือน (หรือสังเกตที่ปลายใบครามจะมีหยด หรือชาวบ้านเรียกว่าแต้มมีสีน้ำเงิน)
-นำใบครามแช่หรือหมักในถังภาชนะหรือโอ่ง ไห แช่ประมาณ 24 ชั่วโมง (1 คืน) เพื่อให้ใบครามยุ่ย อิ่มตัว และสามารถปั้นเอาน้ำครามจากใบครามได้
-ปั้นน้ำออกจากใบคราม ( ปั้นคราม ) จะได้น้ำครามสีน้ำเงิน
-นำปูนขาวหรือปูนแดง (ปูนสำหรับกินหมาก)
-นำมาผสมกับน้ำใบคราม ปูนที่นำมาผสมโดยประมาณขึ้นอยู่กับความชำนาญของช่างฝีมือพื้นบ้านถ้าส่วนผสมได้ที่น้ำใบครามจะมีสีน้ำเงิน
(ชาวบ้านเรียกว่าหม้อมา) แต่ถ้าปูนนำมาผสมมากไปน้ำใบครามจะออกเทา ๆ
-ผสมน้ำดั่งกับน้ำเบือกเก่าที่เก็บไว้ ปริมาณ 1 ถ้วย ต่อน้ำเบือกปริมาณ 2 อุ้งมือ ( 1 ต่อครึ่งถ้วย) ผสมให้เข้ากันโดยการรินหรือเทเท่านั้น
-ผสมน้ำโซ่ลงในหม้อคราม ปริมาณ 2 ถ้วย และผสมให้เข้ากัน โดยการรินหรือการเทผสมเท่านั้น
-น้ำครามที่ได้จากการผสม ปูนแดง น้ำดั่งและน้ำโซ่แล้วจะเป็นน้ำครามที่พร้อมจะย้อมสีครามต่อไป ชาวบ้านจะเรียกว่าน้ำหม้อ
-ก่อนการย้อมผ้าคราม ชาวบ้านจะเก็บน้ำครามไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อเป็นน้ำเชื้อสีครามของหม้อครามต่อไป ขั้นตอนนี้จะทำในทุกๆหม้อที่มีการย้อมผ้า (ถ้ามีหลายหม้อ หรือหลายปาก ) และเทกลับเข้าไว้ที่หม้อเหมือนเดิม โดยทำการผสมโดยการรินหรือเทเหมือนเดิม ด้วยความรู้สึกที่ว่าเมื่อมีการย้อมผ้าในหม้อครามแล้ว จะทำให้สีที่อยู่ในหม้อครามถูกดูดซับไป ทำให้สีจางลง จึงมีการเพิ่มน้ำสี (น้ำหม้อ )กลับคืนที่หม้อเดิม
-การย้อมคราม จะนำผ้าที่ผ่านการแช่หรือหมัก นำมาทุบให้เนื้อฝ้ายแตกตัวแล้ว มาย้อมลงในหม้อคราม บิดให้แห้งและทำความสะอาดด้วยน้ำที่ผสมนำยาปรับผ้านุ่ม และสีกันตกอีกครั้งหนึ่งนำผ้าที่ผ่านการล้างทำความสะอาดแล้วไปตากหรือผึ่งแดดให้แห้ง ก่อนที่จะนำไปสู่ขบวนการกวักด้วยอักและปั่นเป็นเส้นด้ายด้วยหลาต่อไป
-น้ำครามที่ผ่านการย้อมสี ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เพื่อให้น้ำใบครามตกตะกอนชาวบ้านจะเทส่วนที่เป็นน้ำใสทิ้งไป จะเก็บรวมกันไว้เฉพาะน้ำที่
ตกตะกอนเท่านั้น ชาวบ้านเรียกน้ำนี้ว่าน้ำเบือก น้ำเบือกเป็นน้ำครามที่ตะตะกอนและผ่านการย้อมสีแล้ว จะเป็นตะกอนน้ำที่มีคุณค่ามากในการทำน้ำ
ย้อมผ้าคราม และซื้อขายกันในราคาสูง ถ้าไม่มีน้ำเบือกหรือน้ำเชื้อ จะทำให้เสียเวลาในการย้อมสีมาก ต้องนำใบครามมาหมักทำน้ำเบือกใหม่โดยแช่ใบครามทิ้งไว้ประมาณ 2 เดือนจึงจะเป็นน้ำเบือกที่พร้อมใช้งาน
-น้ำฝ้ายที่ตากแห้งแล้วมาปั่นด้วยอัก และหลาเพื่อให้เป็นเส้นด้ายต่อไป การย้อมสีผ้าฝ้าย จะมี 2 ลักษณะ ได้แก่ การย้อมสีพื้น และการย้อมสีมัดหมี่ จะมีกระบวนการดำเนินการย้อมสีครามอย่างเดียวกัน ยกเว้นด้ายสีมัดหมี่ต้อผ่านขบวนการมัดหมี่ก่อนจึงจะนำไปย้อมสีคราม
3.ขั้นตอนการมัดหมี่
-นำฝ้ายดิบมามัดให้เป็นหมี่รูปต่างๆกัน (ลาย) เช่นลายนกนางแอ่นเลี้ยงลูก ลายขาเปีย และลายต่างๆที่คิดสร้างสรรค์ขึ้นมา
-การมัดหมี่จะใช้เชือกฟางในการมัดหมี่ สมัยก่อนจะใช้เปลือกกล้วย ( เชือกกล้วย)มามัด โดยรีดเอาเฉพาะเปลือกต้นกล้วย และตากให้แห้ง กล้วยที่นำมาใช้ในการมัดหมี่ ได้แก่ กล้วยตานี, กล้วยตีบ, และกล้วยนวลเท่านั้น เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหนียวไม่ขาดง่าย
-เมื่อผ่านขบวนการมัดหมี่ ย้อมคราม และแก้มัดหมี่แล้ว จะเข้าสู่ขบวนการกวักและปั่นให้เป็นหลอดด้าย
เป็นปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ คือ เครื่องนุ่งห่ม

คะแนนและรีวิวสินค้าของ ผ้าคลุมไหล่ย้อมคราม