ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมไทย > ของใช้ตกแต่ง
หมวกกุยเล้ย

หมวกกุยเล้ย-0
หมวกกุยเล้ย-1
หมวกกุยเล้ย-2
หมวกกุยเล้ย-3
หมวกกุยเล้ย-4

หมวกกุยเล้ย

 
0 เต็ม 5
 
( ยังไม่มีความเห็น )

ความประณีต
 ค่าจัดส่งต่อชิ้น
ติดต่อค่าจัดส่งกับทางร้าน :   0 บาท

ราคา 60 บาท

จำนวน  
 (มีสินค้า 124 รายการ)
โดย
ร้านนางประดับ
สินค้า
1 รายการ
จังหวัด
ฉะเชิงเทรา

095353130
สภาพเศรษฐกิจชุมชนของตำบลปากน้ำส่วนใหญ่เป็นการทำสวน อาชีพรอง คือการสานหมวกกุยเล้ย ลักษณะของหมวกจะมีรูปแบบเดียวกัน แต่จะมีลักษณะต่างกันตามประโยชน์ของการใช้ มีจุดประสงค์พื้นฐานเพื่อการใช้ในชีวิตประจำวันหรือการประกอบอาชีพ คือ การใส่คลุมศีรษะในการทำสวน โดยปกติการผลิตหมวกกุยเล้ยในช่วงแรกก็อาศัยวัตถุดิบที่หาได้ในบริเวณชุมชน แต่เนื่องจากปัจจุบันไม้ไผ่ที่จะนำผลิตหาได้ยากและไม้ไผ่ที่มีในชุมชนเป็นคนละชนิดกับไม้ไผ่ที่นำมาผลิตหรือสานหมวก ดังนั้น จึงต้องอาศัยวัตถุดิบจากแหล่งอื่น คือ ทางชุมชน จะต้องอาศัยไม้ไผ่ที่ซื้อจากอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี และวัตถุดิบชนิดต่อมา คือ ใบไผ่ ซึ่งไม่มีในท้องถิ่น และต้องซื้อมาจากแหล่งอื่นเช่นกัน คือ ซื้อจากจังหวัดปราจีนบุรี ส่วนวัสดุชนิดอื่น ๆ เช่น ต้นคล้า กระดาษปุ๋ยหรือถุงอาหารกุ้ง จะหาได้ง่ายในท้องถิ่น ปัญหาของความต้องการวัตถุดิบนี้ คือ วัตถุดิบมีราคาแพงเพิ่มมากขึ้น ต้นทุนในการผลิตหมวกกุยเล้ยจึงสูงขึ้นจากซื้อไม้ไผ่และใบไผ่ นอกจากราคาไม้ไผ่และใบไผ่ราคาสูงขึ้นแล้ว ยังต้องเสียค่าเดินทางในการซื้อวัตถุดิบอีก แต่ราคาหมวกที่ส่งหรือราคาขายนั้นไม่ได้ขยับตัวหรือขึ้นราคาตามต้นทุนที่สูงขึ้นด้วย
ปัจจุบันการสานหรือผลิตหมวกกุยเล้ยยังสืบทอดอยู่คงมีการทำอยู่ในบางครอบครัวและยังคงเอกลักษณ์ของรูปทรง ลวดลาย และสีสันไว้คงเดิม การผลิตหมวกนี้จะมีลักษณะที่ทำกันภายในครอบครัว โดยถ้าใครว่างจากงานหลักก็จะหยิบไม้ไผ่ขึ้นมาสานหมวก แต่สมัยนี้การสานหมวกอาจจะลดน้อยลง เนื่องจากค่าตอบแทนต่ำ และวัยรุ่นหรือคนวัยทำงานหันไปทำงานโรงงานกันมาก เนื่องจากค่าตอบแทนหรือรายได้มากกว่าการสานหมวกกุยเล้ย โดยรวมแล้วมีครอบครัวที่เลิกสานหมวกกุยเล้ยด้วยกันหลายครอบครัว และหันไปประกอบอาชีพเสริมรายได้ทางอื่น เช่น เย็บกระเป๋าส่งโรงงาน ซึ่งมีรายได้ดีกว่า แต่จะมีการรับงานเป็นช่วง ๆ ซึ่งบางช่วงอาจทำให้ขาดรายได้ ฉะนั้นการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชาวบ้านตำบลปากน้ำที่เกี่ยวกับการผลิตหมวกกุยเล้ย มักไม่มุ่งการผลิตหมวกกุยเล้ยเป็นอาชีพหลัก และจะผลิตหมวกเพื่อเป็นอาชีพเสริมหลังจากงานว่าง เพื่อหารายได้มาใช้จ่ายในครัวเรือนเท่านั้น ซึ่งในขณะนั้นมีครอบครัวผลิตหมวกกุยเล้ยในเวลาว่างภายใต้สภาพชุมชนปากน้ำเช่นที่เป็นอยู่ ความพยายามสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในการผลิตหมวกกุยเล้ย นับเป็นสิ่งที่น่าสนใจให้คงอยู่และสิ่งที่เป็นข้อจำกัด กล่าวคือ ในประเทศไทยนั้นมีตำบลปากน้ำที่นี่ที่เดียวที่ผลิตหมวกกุยเล้ยส่งไปขายตามจังหวัดต่าง ๆ รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านข้างเคียง เช่น กัมพูชา แต่สิ่งที่เป็นข้อจำกัดคือเรืองทรัพยากรวัตถุดิบ ทรัพยากรบุคคล เงินทุน เครื่องมืออุปกรณ์ ดูจะเป็นข้อจำกัดในการผลิต เนื่องจากต้องหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่น และราคาของวัตถุดิบนั้นนับวันยิ่งมีราคาสูงขึ้น แต่ราคาส่งหมวกนั้นยังคงราคาเท่าเดิม และทรัพยากรบุคคลที่เป็นข้อจำกัดอีกประการ เนื่องจากมีแรงงานในการผลิตน้อยลงแรงงานในหมู่บ้านของตำบลปากน้ำนี้ได้ออกไปทำงานโรงงานเพราะได้ค่าตอบแทนที่สูงกว่าการผลิตหมวกกุยเล้ย รวมทั้งชาวชุมชนปากน้ำมีเงินทุนไม่เพียงพอต่อการสนับสนุนหาวัตถุดิบ รวมทั้งเครื่องมืออุปกรณ์ก็ยังไม่พร้อม การเหล่าไม้ไผ่ให้เป็นตอกก็ยังอาศัยการเหลาด้วยมือ ไม่มีเครื่องมืออุปกรณ์มาช่วย
กระบวนการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น
กระบวนการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในการผลิตหมวกกุยเล้ย ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา มีการถ่ายทอดเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 60 ปี โดยรับการถ่ายทอดภูมิปัญญานี้ครั้งแรกมาจากชาวจีนที่อพยพเข้ามาประกอบอาชีพทำสวน ปลูกผัก ซึ่งวิเคราะห์แล้วเป็นการถ่ายทอดอย่างไม่เป็นทางการ โดยมีสถาบันครอบครัวเป็นสถาบันหลักในการถ่ายทอดให้กับสมาชิกในบ้าน ดังที่นายบุญคุ้ม นพพะ กำนันตำบลปากน้ำ กล่าวถึงอาชีพนี้ว่า “ตนเองทำเป็นมาตั้งแต่อายุ 17 เติบโตมาได้จากอาชีพนี้ โดยคุณยายสลับ นพพะ เป็นผู้ถ่ายทอดให้ สมัยก่อนจะทำการจักสานทุกวันหลังเลิกทำนาทำสวน มีเวลาว่างจะจับกลุ่มกันสานหมวก” นอกจากสถาบันครอบครัวแล้ว ปัจจุบันสถาบันการศึกษายังมีส่วนสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันได้มีการพัฒนาหลักสูตรภูมิปัญญาท้องถิ่นให้รวมเข้ากับเนื้อหาการสอนด้วย โดยโรงเรียนวัดปากน้ำได้เชิญนางสาธุ วงศ์พระราม ประธานกลุ่มจักสาน หมู่ที่ 6 เป็นวิทยากรบรรยายและสาธิตการผลิตหมวกกุยเล้ยให้กับนักเรียนได้ปฏิบัติจริงในวิชาท้องถิ่นของเรา
ถ้าเปรียบเทียบในอดีตการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในอดีต จะเป็นการถ่ายทอดอย่างไม่เป็นทางการ จากการสังเกต การบอกเล่า ทั้งนี้เพราะต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมส่วนการถ่ายทอดในปัจจุบันแตกต่างจากอดีตเพียงเล็กน้อย โดยให้ความสำคัญในการถ่ายทอดภูมิปัญญามากขึ้น ดังจะเห็นได้จากสถาบันการศึกษาได้ให้ท้องถิ่นเข้ามีส่วนร่วมในการทำหลักสูตรและได้มีหน่วยงานราชการคือ กรมพัฒนาชุมชนเข้าไปประสานงาน ซึ่งอาจนับได้เป็นการถ่ายทอดอย่างเป็นทางการ แต่ไม่ว่าจะเป็นในอดีตหรือปัจจุบันสถาบันครอบครัวก็เป็นส่วนสำคัญในการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น
ความประณีต
ขั้นตอนการสานหมวกกุยเล้ย
ขั้นตอนการผลิตหมวกกุยเล้ยโดยทั่วไป คือ
1.นำไม้ไผ่นวลที่มีลำปล้องยาวมาจักตอกจนมีขนาดพอดีที่จะใช้
แล้วนำมาจักสานฝาในและฝานอกก่อน การสานฝานอก จะใช้ตอกเส้นเล็ก ๆ
แบบละเอียด นำมาสานเป็นโครงหมวกกุยเล้ย โดยขึ้นแบบเริ่มจาก หัวหมวก ให้ทรงแหลม แล้วสานต่อเป็นรูปทรงกลมที่ฐานจนเสร็จเป็นหมวกฝานอก ส่วนการสานฝาในคล้ายฝานอก แต่ใช้ตอกเส้นใหญ่กว่า
2.พอสานเสร็จแล้วก็นำมาประกอบกันเป็นหมวก โดยนำฝาหมวกชั้นนอกวางหงายบนกระถางต้นไม้ แล้วนำกระดาษที่ชุบน้ำแล้วมาวางเรียงซ้อนกันจนรอบหมวก จากนี้ใช้ใบไผ่ตงที่แช่น้ำวางซ้อนลงบนกระดาษอีกชั้นหนึ่ง นำฝาในมาปิดทับใบไผ่
3.การทำขอบหมวกโดยรอบให้ดูสวยงาม โดยนำตอกมาถักเข้าของ (เม้มขอบ) ให้เรียบร้อย
4.ส่วนยอดหมวกกุยเล้ย ใช้ใบไผ่ 2 อันงอไขว้กันเป็นขาเสียบลงขอบหมวก เสร็จแล้วใช้ผิวต้นคล้าที่ขึ้นอยู่โดยทั่วไปเป็นกอจำพวกข่าตอกสีขาว มีผิวคล้ายหวาย ต้นตากแห้ง มาถักเป็นส่วนยอดของหมวก แล้วทาด้วยน้ำมันยางให้มีความทนทานอายุการใช้งานและสวยงามผึ่งให้แห้ง นำมาสวมใส่หรือจำหน่ายต่อไป
หมวกกุยเล้ย เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำกันมาแต่โบราณ เป็นงานฝีมือของชาวบ้าน ที่หลากหลายคุณประโยชน์ใช้สอยก็มากมายส่งจำหน่ายเป็นรายได้เสริมของครอบครัว/ชุมชน
กันแดด ของที่ระลึก

คะแนนและรีวิวสินค้าของ หมวกกุยเล้ย