ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมไทย > ผ้าและผลิตภัณฑ์จากผ้า
กระเป๋าคาดเอว ผ้าไทยทรงดำ

กระเป๋าคาดเอว ผ้าไทยทรงดำ-0
กระเป๋าคาดเอว ผ้าไทยทรงดำ-1
กระเป๋าคาดเอว ผ้าไทยทรงดำ-2
กระเป๋าคาดเอว ผ้าไทยทรงดำ-3

กระเป๋าคาดเอว ผ้าไทยทรงดำ

 
0 เต็ม 5
 
( ยังไม่มีความเห็น )

เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นอัตลักษณ์บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิต วัฒนธรรมของชาวไทยทรงดำ
 ค่าจัดส่งต่อชิ้น
ติดต่อค่าจัดส่งกับทางร้าน :   0 บาท

ราคา 500 บาท

จำนวน  
 (สินค้าหมด)
โดย
ร้านอรรถกร
สินค้า
2 รายการ
จังหวัด
นครปฐม

0902945874
ชาวไทยทรงดำเป็นชนกลุ่มหนึ่ง ในอดีตได้อพยพมาจากเมืองแถง ลุ่มแม่น้ำดำและแม่น้ำแดงในประเทศเวียดนามเหนือ ได้อพยพเข้ามาหลายครั้ง ผลจากศึกสงครามในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี จนถึงรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ชาวไทยทรงดำหรือลาวโซ่งที่เข้ามาก็จะตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนที่มีลักษณะคล้ายกับท้องถิ่นของตนเองในจังหวัดเพชรบุรีก่อน จากนั้นมาก็ได้ขยับขยายไปอยู่ตามจังหวัดใกล้เคียง เช่น จังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม ชัยนาท นครสวรรค์ พิษณุโลก และพิจิตร เป็นต้น จากการวิเคราะห์การอพยพของชาวไทยทรงดำไปอยู่ในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงนั้น อาจเกิดจากการคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน ต้องการกลับไปเวียดนามนั่นเอง แต่ไม่สำเร็จ จึงตั้งรกรากอยู่กันสืบมาจนถึงปัจจุบัน ประกอบการเปลี่ยนแปลงทั้งสภาพบ้านเมือง สังคมเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ ทำให้ชาวไทยทรงดำมีความเป็นอยู่ มีบ้านเรือนลักษณะกลมกลืนไปกับกระแสสังคมปัจจุบัน แต่ก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมประเพณีที่มีอยู่เดิมอย่างเคร่งครัด คติความเชื่อที่ยึดถือกันมาแต่ในอดีต ในพิธีการเสนเรือน (ไหว้ผี) พิธีการขึ้นบ้านใหม่ พิธีการแต่งงาน พิธีงานศพ เป็นต้น
วัฒนธรรมของชาวไทยทรงดำ จะเห็นได้ชัดเจนจากการใช้ผ้าทอ และเครื่องแต่งกายที่แสดงถึงวัฒนธรรมประเพณี คติความเชื่อต่าง ๆ ในการดำรงชีวิตประจำวัน ลักษณะที่โดดเด่นของชาวไทยทรงดำ คือ การแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำทั้งชายและหญิง โดยเฉพาะผู้หญิงจะนุ่งผ้าซิ่น ที่เรียกว่า ซิ่นแตงโม มีลักษณะการทอจากฝ้ายย้อมครามสอดด้วยไหมสีแดง ที่ตัวซิ่นมีลายเส้นสีขาว ปัจจุบันนิยมใช้สีฟ้า เป็นลายเส้นคู่ และเส้นเดี่ยว ซึ่งผ้าซิ่นมีคติความเชื่อว่า เมื่อผ้ากระทบกับแสงแดดจะเกิดประกายเหลือบสีแดง เป็นการระลึกถึงของหญิงชาวไทยทรงดำที่มีต่อฝ่ายชาย เมื่อออกไปทำงานนอกพื้นที่นาน ๆ เป็นการบอกความในใจ ไม่ได้พูดกันตรง ๆ การนุ่งผ้าซิ่นลายแตงโมจะใส่กับเสื้อก้อม ส่วนเสื้อฮี จะใส่เมื่อมีพิธีการ ฝ่ายชายจะมีกางเกงสีดำขลับ เรียกว่า กางเกง ซ่วงฮี ใส่กับเสื้อก้อมและเสื้อฮีเหมือนกัน
ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวไทยทรงดำ ชุดเครื่องการแต่งกาย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ เสื้อผ้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันกับอีกชนิดหนึ่งคือ สำหรับใส่ในงาน ประเพณี หรืองานรื่นเริง ต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ทั้งชายและหญิงมักนิยมใช้ผ้าฝ้ายทอมือย้อมคราม สำหรับเสื้อผ้าที่ใส่ในพิธีกรรมจะจัดทำขึ้นเป็นพิเศษ และปราณีสีดำตกแต่งด้วยผ้าไหมชิ้นเล็ก ๆ ส่วนใหญ่มีเครื่องประดับเป็นเงิน ผู้หญิงมี “ผ้าเปียว” คล้องคอ ส่วนเด็ก ๆ จะมีหมวกคล้ายถุงผ้าปักไหมหรือด้ายสวยงาม เรียกว่า “มู”การแต่งกายของชาวไทยทรงดำ แต่งกายด้วยผ้าสีดำเป็นพื้น ตามปรกติฝ่ายชายจะสวมกางเกงแค่เข่าเรียกว่า " ซ่วงก้อม" ใส่เสื้อค่อนข้างรัดรูป ยาวถึงสะโพกแล้วผ่าปลายทั้งสองข้าง แขนยาวเป็นกระบอกถึงข้อมือติดกระดุมเงินอย่างถี่ ๆตั้งแต่คอถึงเอว เสื้อชนิดนี้เรียกว่า เสื้อก้อมหรือเสื้อไทย ถ้าไปในงานที่เป็นพิธีการจะสวมกางเกงขายาวเรียกว่า ซ่วงฮี และใส่เสื้อตัวยาวมีลายปักประดิษฐ์ ตามแบบเฉพาะของตน เองเรียกว่า " เสื้อฮี " ฝ่ายหญิงตามปรกติสวมเสื้อก้อมติดกระดุมเงิน ถ้าเป็นงานพิธีจะสวมเสื้อฮี ผ้าซิ่นที่ใช้นุ่งมีลักษณะเฉพาะคือ พื้นดำสลับ ลายเส้นสีขาวครามและมีวิธีนุ่งผ้าซิ่นของชาวไทยทรงดำผิดแปลกไป คือใช้มุมผ้าทางซ้ายและขวาทบกันแล้วหักพับลง คาดด้วยเข็มขัด ตรงกลางแหวกเป็นฉากทรงผมของผู้หญิงนิยมเกล้ามวยซึ่งมี 2 แบบ คือ ผู้ที่อยู่ในวัยสาวจะเกล้าผม ที่เรียกว่า ขอดซอย แต่ถ้าพ้นวัยสาวจะเกล้าแบบ ปั้นเกล้าเป็นการแบ่งแยกวัยวุฒิ เสื้อฮีชุดที่ใช้ในพิธีต่าง ๆ ของชาวไทยทรงดำ ผ้าซิ่นลายแตงโม ผ้าเอกลักษณ์ของชาวไทยทรงดำ
เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นอัตลักษณ์บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิต วัฒนธรรมของชาวไทยทรงดำ
ผ้าทอไทยทรงดำ เป็นผ้าทอที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ เป็น ผ้าทอที่ไว้ใช้เองในครอบครัว เป็นการทอด้วยมือโดยใช้กี่โบราณมี 2 เขา (ตะกอ) ส่วนลวดลายบนผ้าทอจะใช้การปักและการปะผ้า เป็นรูปแบบเฉพาะ โดยได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมฟุงเหงียน-คองซอน
กรรมวิธีการทอผ้าเป็นวิชาที่อาศัยความจำและความชำนาญเป็นสำคัญ ไม่มีตำราหรือหลักฐานอื่น ๆ ผ้าทออาศัยความจำวิธีการทำ แล้วถ่ายทอดสืบต่อกันมา โดยรักษาวิธีการ การทำลวดลาย การย้อมสี การทอแบบดั้งเดิมโดยเคร่งครัด
การเย็บปักและปะผ้าของชาวไทยทรงดำ เรียกว่า การทำ เอื่อแส่ว คำว่า เอื่อ คือการปักสอดเส้นด้ายให้เป็นลวดลายต่าง ๆ แส่ว คือ การสร้อยดำ การทำอีกแบบหนึ่งเป็นการเย็บดอก รวมเรียกว่า เอื่อแส่ว ดังนั้นลวดลายของไทยทรงดำ จึงมีชื่อเอื่อนำหน้า เช่น เอื่อแกนแตง เอื่อตาหลวง หรือเอื่อตานกแก้ว เอื่อลายตีนจิ้งจก เป็นต้น
การปักปะลวดลายต่าง ๆ นั้น ใช้ลวดลายเดิมแต่วัสดุจะเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมแต่ละท้องที่ ลวดลายเดิมมีรูปแบบเรขาคณิต เช่น เริ่มจากการคัดเวิร์คกระจกติดกับผ้า บางท้องที่จะใช้เลื่อมแทน แต่ราคาจะลดลง ลวดลายที่เป็นพื้นฐาน คือ ลายดอกพรม จากนั้น ตัดผ้าเป็นรูปทรงเรขาคณิต เช่น เป็นรูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส และรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้ผ้าไหมหรือผ้าฝ้าย 4 สี คือ สีแดง สีส้ม สีเขียว และสีขาว ในการจัดวางให้เกิดลายดอก ลักษณะต่าง ๆ แตกต่างกันไป เช่น ลายดอกบัวขาแก้ว ลายดอกงา ลายดอกแปด ลายดอกตะวัน ลายกลีบมะเฟือง ลายดอกจัน ชาวไทยทรงดำจะนำดอกแต่ละดอกมาประกอบทำหน้าหมอน “หมอนลาว” และใช้ตกแต่งเสื้อฮีชาย และเสื้อฮีหญิง
การปักผ้าเริ่มจากการเดินเส้น โดยนับเส้นด้าย ทำเป็นลายขอกูด ลายหวายอันเป็นลายมาตรฐานบนผ้าเปียว
ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายชายและหญิง สายคาดเอว
ใช้สำหรับใส่สัมภาระ

คะแนนและรีวิวสินค้าของ กระเป๋าคาดเอว ผ้าไทยทรงดำ