ค้นหา
บทความการเรียนรู้
ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมไทย
ผ้าและผลิตภัณฑ์จากผ้า (55) ของใช้ตกแต่ง (82) เครื่องประดับ (8) อาหาร (22)
ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ หรือท่องเที่ยว
ศิลปะการแสดง (1)
ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาในสาขาต่างๆ
งานวิจิตรศิลป์ (1)

บทความการเรียนรู้ : ทุกหมวด

51 เรียนรู้ผลิตภัณฑ์ หางหงส์ธงตะขาบ (ผ้าและผลิตภัณฑ์จากผ้า) ชุมชนวัดบ่อทองเป็นชุมชนชาวมอญมีวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการทำธงตะขาบ ซึ่งชาวมอญมีความเชื่อ ดังนี้ ในสมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงอาศัยอยู่ในเมืองสาวัตถีเสด็จประทับอยู่ใน พระวิหารเชตวัน ในกาลครั้งนั้นพระเจ้าปเสนทิโกศลได้ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย ผู้ยินดีในสัมมาจาคะสละเทวัตถุสร้างเสาและธงบูชาพระพุทธเจ้า “อานิสงส์ชนิดไหนจักมีแก่เขาในอนาคตกาลเล่า” พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสถามพระเจ้าปเสทิโกศลว่า ดูกรมหาบพิตร เหตุไรมหาบพิตรจึงตรัสเช่นนั้นเล่า เพราะว่าอุบาสกอุบาสิกาคนใดคนหนึ่งก็ตาม หากได้ตั้งเจตนาสร้างเสาและธง ผลานิสงส์ก็จะมีแก่เขาอย่างมหาศาล พระพุทธองค์ได้ตรัสต่ออีกว่า ดูกรมหาบพิตร ในชมพูทวีปนี้พระวิปัสสีพุทธเจ้าได้ทรงปรินิพพานผ่านมาแล้วประมาณ 100 ปีเศษและมีกษัตริย์องค์หนึ่งทรงปกครองเมืองชื่อ กาลวดี ในกาลครั้งนั้น มีชายยากจนคนหนึ่ง ชื่อกตุมพิกะ ภรรยาของเขา ชื่อ ภาวดี ครองชีวิตอยู่ด้วยกัน วันหนึ่งเขาได้เข้าไปยังป่าแห่งหนึ่งได้พบต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งมีลำต้นตรงดีมากเขาคิดว่า “ต้นไม้นี้ถ้าเอามาทำเสาธงจะเยี่ยมมาก” จึงได้ทำเครื่องหมายสังเกตไว้ที่ต้นไม้นั้น แล้วกลับไปยังบ้านของตน ภายหลัง วันหนึ่งเขาได้เทียมเกวียนด้วยวัวแล้วเข้าไปยังป่าตัดต้นไม้ที่ตนทำเครื่องหมายไว้นั้น ตัดแล้วแบกขึ้นเกวียนนำกลับมาไปเก็บไว้ภายในหมู่บ้านเขาได้ถากไม้สำหรับทำเสานั้นยังไม่ทันเรียบร้อยดีโรคชนิดหนึ่งของเขาเกิดกำเริบขึ้นในเวลาประมาณเที่ยงคืนเขาได้ถึงแก่ความตาย ด้วยเหตุที่เขามีศรัทธาเลื่อมใสในกุศลธรรมจึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ สถิตอยู่ในประสาททองสูงประมาณ 12 โยชน์ มีนางอัปสรรค์ประมาณ 1,000 หนึ่งเป็นบริวารห้อมล้อมฯต่อมามีชายหนุ่มอื่นอีกคนหนึ่งได้พบไม้ที่ชายคนแรกถากไว้นั้นคิดว่า “ไม้สำหรับทำเสาธงนี้ยังถากไม่เรียบร้อยดี เราจะถากให้เรียบร้อยเอง” จึงได้ทำการถางเสาต้นนั้นจนเสร็จ แล้วเขาก็ได้ถึงแก่กรรม พอละขันธ์แล้วก็ไปบังเกิดในปรโลกบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ สถิตอยู่ปราสาททองสูง 12 โยชน์ มีนางอัปสรรค์พันหนึ่งเป็นบริวารห้อมล้อมเช่นกัน ส่วนผู้คนทั้งหลายที่ช่วยเขาถากต้นไม้นั้นก็ได้ไปเกิดในสวรรคเช่นเดียวกัน ต่อมามีชายหนุ่มอื่นอีกคนหนึ่ง ได้เห็นเสาต้นนั้นเข้า ซึ่งได้ถาก ไส และขัด เรียบร้อยแล้ว เกิดความศรัทธาจึงได้ซื้อทองมาปิดที่เสาธงนั้น เสร็จแล้วก็ได้ยกเสาธงตั้งขึ้น รัศมีของเสาธงซึ่งเกิดจากทองเหมือนกับดุ้นฟืนที่ติดไฟแดง ๆ ประดับอยู่ที่เสาธงนั้น พ่อค้าประมาณ 500 คน มาพบเสาธงนั้นก็ได้ช่วยทำส่วนประกอบของธง บางคนก็ทำเกล็ดธงสำหรับ ประดับธง บางคนก็ทำกรอบโครงธงที่ไขว่ไปมาเป็นตาหมากรุก บางคนก็ทำไม้ขั้นสำหรับติดเกล็ดธง บางคนก็เย็บบางคนก็ผูกเชือก ทุกคนพร้อมใจทำด้วยความเต็มใจ เสร็จแล้วก็ได้ฉลองความสำเร็จของเสาธงอย่างยิ่งใหญ่ พ่อค้าทั้ง 500 คนนั้นได้ประกอบอาชีพค้าขายตลอดชีวิต และถึงแก่กรรมในที่สุด ทำลายอัตตภาพแล้วไปเกิดในสวรรค์ มีนางอัปสรสวรรค์หมื่นหนึ่งเป็นบริวาร สถิตอยู่ในปราสาททองสูง 30 โยชน์เกิดเป็นพี่น้องกัน ได้เสวยทิพยสมบัติอย่างรื่นรมย์ยิ่งนัก ต่อมาก็เคลื่อนจากสวรรค์ดาวดึงส์มาบังเกิดในเมืองพาราณสีเป็นพี่น้องกันอีก ทุกคนได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินปกครองเมืองพาราณสีในแต่ละ หัวเมือง มีนางสนมห้าหมื่นคนเป็นบริวารรื่นรมย์อยู่ในปราสาทพร้อมทั้งเสียงดนตรีบรรเลงขับกล่อมและนางฟ้อนทั้งหลาย ทุกพระองค์ต่างก็มียานพาหนะช้าง ม้า ประมาณ 84,000 ตัว สระบ่อน้ำและอุทยาน 80,000 ที่ ได้เสวยสมบัติในเมืองพาราณสีนั้น รุ่งเรืองไปทรัพย์สิ่งของ แก้ว แหวน เงิน ทอง อย่างสุขกายสบายใจแล้วก็ตายไปเกิดในเมืองสวรรค์ เคลื่อนจากสวรรค์ก็มาเกิดเสวยสุขสมบัติในเมืองมนุษย์ จากเมืองมนุษย์ก็กลับไปยังเมืองสวรรค์อีก ท่องเทียวไปมาระหว่างเมืองมนุษย์กับเมืองสวรรค์ จนกระทั่งถึงพระพุทธเจ้าพระองค์นี้ พวกเขาได้สร้างเสาธงถวาย ครั้นเคลื่อนจากสวรรค์ได้ไปเกิดในตระกูลเศรษฐีเป็นพี่น้องกันอีก เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว เหล่ามหาชนต่างก็พากันสมาทานศีล 5 ศีลอุโบสถ บำเพ็ญกุศลธรรมกัน และด้วยความระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และสงฆเจ้า พวกเขาต่างก็แต่งตัวประดับองค์ ถือดอกไม้ ธูปเทียน แล้วพากันไปฟังธรรมของพระพุทธเจ้า กล่าวถึงเหล่าเศรษฐีพี่น้อง เห็นมหาชนพากันเดินไปจึงถามว่า “พวกท่านจะไปไหนกัน” เหล่ามหาชนจึงตอบว่า “พวกเราจะไปฟังธรรม” เศรษฐีพีน้องเหล่านั้นได้ยินเช่นนั้นก็เกิดปีติปลาบปลื้มใจ จึงพูดว่า หากเป็นเช่นนั้น พวกเราก็จะไปฟังธรรมเหมือนกัน จึงได้พากันไปยังที่ประทับของพระพุทธเจ้าซึ่งประทับอยู่ในพระ วิหารเชตวัน ได้ฟังธรรมของพระพุทธองค์ซึ่งได้แสดงอานิสงส์ของการถวายธงว่า “ดูกรอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย บุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่ว่าจะเป็น คนทุกข์ยากก็ตาม คนเข็ญใจก็ตาม พระราชาก็ตาม พระมเหสีก็ตาม พระสงฆ์ก็ตาม บัณฑิตก็ตาม คนพาลก็ตาม หากได้สร้างเสาธงถวายพระพุทธเจ้าแล้ว ผู้นั้นก็จะไม่ต้องไปอบายภูมิ 4 จะได้ไปเกิดในเมืองใหญ่ 14 เมือง ได้รับความสุขสบาย และจะเกิดในสองตระกูลคือ ตระกูลกษัตริย์กับตระกูลพราหมณ์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีทรัพย์สมบัติมาก จะไม่ไปเกิดยังตระกูลที่เลวอย่างแน่นอน” ต่อจากนั้นพระพุทธองค์ก็ได้ ตรัสพระคาถา ใจความของพระคาถานั้นดังนี้ อุบาสกอุบาสิกาที่ได้ตั้งเจตนาสร้างเสาธงถวายพระพุทธเจ้า จะได้รับอานิสงส์ดังนี้คือเป็นผู้มีกำลังแข็งแรง มีเดชมากมียสสมบัติ มีทรัพย์สมบัติ มีช้างม้าวัวควาย มีข้าทาสชายหญิง เงินทอง ข้าวเปลือก ข้าวสาร จตุรงคเสนา 4 เหล่าคือ พลช้างพลม้า พลรถ และพลเดินเท้าได้เป็นเทวดาเหนือ กว่าเทวดา หากเป็นพระราชาก็จะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์ได้ครอบครองเกาะใหญ่ทั้ง 4 และเกาะ น้อยพันเกาะ มีเมืองขึ้นนับเป็นอสังไขย” อนึ่งอานิสงส์ที่จะเกิดแก่ผู้ถวายเสาธงดังนี้ ถ้าธงสะบัดไปทางทิศตะวันออก ผู้นั้นจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์ สะบัดไปในระหว่าง ๆ นั้น ๆ ผู้นั้นจะมีบริวารมาก สะบัดไปทางทิศอาคเนย์ ผู้นั้นจะได้เป็นมหาเศรษฐี สะบัดไปทางทิศใต้ผู้นั้นจะได้เป็นท้าวจาตุมมหาราช สะบัดไปทางทิศหรดี ผู้นั้นจะได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินในประเทศราช สะบัดไปทางทิศตะวันตกผู้นั้นจะได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า สะบัดไปทางทิศพายัพ ผู้นั้นจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในพระไตรปิฎก สะบัดไปทางทิศเหนือ ผู้นั้นจะได้เป็นมหาพรหม สะบัดไปทางทิศอิสาน ผู้นั้นจะได้เป็นพระอินทร์ สะบัดไปทางทิศเบื้องล่าง ผู้นั้นจะได้เป็นพระยานาคราช สะบัดไปทางทิศเบื้องบนในอากาศผู้นั้นจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า และในศาสนาของพระอริยเมตไตรผู้เป็นจอมโลกทั้ง 3 โน้น หากผู้นั้นได้ทันเห็นพระองค์แล้วตั้ง ความปรารถนาว่าขอให้ได้เป็นพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระสาวกก็จะสมความปรารถนา ทุกประการ ในที่สุดแห่งการแสดงธรรมของพระพุทธเจ้า มหาชนที่ได้ฟังธรรมของพระองค์ก็ได้บรรลุพระโสดาบัน และมรรค 8 เป็นพระอนาคามี และพระอรหันต์ สิ้นทุกคน..... (ตำนานเสาธง (ชัย) มอญ พระมหาจรูญ ญาณจารี แปลเรียบเรียงจากใบลานมอญ) 14/09/2561 13:55:58 อ่านต่อ...
52 เรียนรู้ผลิตภัณฑ์ เครื่องปั้นดินเผาเบญจสิริ (ของใช้ตกแต่ง) คุณนิคมได้นำวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นและเป็นเอกลักษณ์ของชาวปทุมธานี มาสร้างสรรค์เป็นสินค้าตัวใหม่ โดยเลือกภาชนะเครื่องปั้น ดินเผาจากอำเภอสามโคกเพราะเคยเป็นสินค้าที่มีชื่อ เสียงในจ.ปทุมธานี แต่พอได้วัตถุดิบมาแล้วก็ไม่รู้จะนำโอ่งดินเผาไปทำอะไร คุณนิคมจึงไปดูสินค้าที่ด่านเกวียน สุโขทัย และเกาะเกร็ด เพื่อหาแนวคิดในการเพิ่มมูลค่าให้โอ่งดินเผา ตอนแรกเขาคิดจะนำโอ่งดินเผามาเพ้นท์สี หรือเขียนลายแบบเครื่องเบญจรงค์ แต่ติดตรงอยู่ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำนามาก่อน ถ้าจะมาให้นั่งเพ้นท์สีหรือมานั่งเขียนลายนั้นคงต้องฝึกกันอีกนานกว่าจะ เป็น จึงกลับมานั่งคิดใหม่ว่ามีวัตถุดิบอะไรบ้างที่มีลายอยู่ในตัว ไม่ต้องมานั่งเขียนลาย และเขาก็นึกถึง “ ผ้าไหม ” ขึ้นมาทันทีพอได้ผ้าไหมมาแล้วก็ต้องมาคิดอีกว่าจำนำลายผ้ามาวางอย่างไรจึงจะ สวยและจะนำมาติดโอ่งดินเผาได้อย่างไรในขั้นตอนนี้เขาใช้เวลาคิดค้นอยู่นาน ถึง 7 เดือน เรียกว่าลองผิด ลองถูกอยู่หลายครั้งกว่าจะได้ “ ดินเผาทรงเครื่องเบญจสิริ ” นอกจากนี้คำว่า “ เบญจสิริ ” ยังหมายถึง สิริมงคล 5 ประการในการดำรงชีวิต หรือกำลัง5 คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา ปัจจุบันสินค้าของกลุ่มไม่ได้ผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศอีกด้วย โดยใช้ชื่อสินค้า “ Thai Silk Jar ” สำหรับการจำหน่ายในต่างประเทศ พัฒนาสินค้าไม่หยุดนิ่ง เมื่อค้นคิดจนได้ดินเผาทรงเครื่องเบญจสิริทางกลุ่มก็ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนารูปแบบ สีสัน และลวดลายของสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น ภาชนะดินเผารูปโอ่ง อ่าง แจกัน คนโท กรรณน้ำต้น ไห หม้อยา โอ่งทิชชู โคมไฟตั้งพื้น โคมไฟหัวเตียง และรูปทรงอื่นๆอีกมากมาย ทั้งนี้เพื่อเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้า โดยเฉลี่ยแล้วทางกลุ่มจะผลิตสินค้าให้มีรูปแบบ สีสัน และลวดลายใหม่อย่างน้อยเดือนละแบบ เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบจากคู่แข่ง การผลิตดินเผาทรงเครื่องของกลุ่มส่วนมากจะใช้วัตถุดิบและแรงงานในท้องถิ่น ยกเว้นวัตถุดิบ และอุปกรณ์หลักๆที่ทางกลุ่มมาสามารถผลิตเองได้ อย่างผ้าไหม และผ้าพื้นเมืองต่างๆ ก็จะสั่งทอจากแหล่งผลิตในจังหวัดขอนแก่น นครราชสีมา ชัยภูมิ และกาฬสินธุ์ ส่วนภาชนะดินเผานั้น จะสั่งซื้อจากอ.สามโคก ต.คูบางหลวง ต.ลาดหลุมแก้ว เกาะเกร็ด นับว่าเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชนอื่นอีกด้วย 14/09/2561 13:50:24 อ่านต่อ...
53 เรียนรู้ผลิตภัณฑ์ ตุ๊กตาไทยสี่ภาค (ผ้าและผลิตภัณฑ์จากผ้า) ตุ๊กตาไทยสี่ภาคได้ผลิตและทำขึ้นมานานกว่าเป็นระยะเวลา 40 กว่าปีแล้ว และได้เข้าเป็นสินค้าOTOP เมื่อปีพ.ศ.2545 โดยได้รับการสนับสนุนจากพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี โดยนางอรพิน เทียบรัตน์ เป็นผู้จัดทำผลิตภัณฑ์ ตั้งอยู่ที่ 23/24 หมู่1 ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 14/09/2561 13:42:18 อ่านต่อ...
54 เรียนรู้ผลิตภัณฑ์ สบู่เพื่อสุขภาพผิว (ของใช้ตกแต่ง) มีโอกาสได้เข้ารับการฝึกอบรมอาชีพจากหน่วยงานราชการ ซึ่งมีหลากหลายผลิตภัณฑ์ที่ทีมวิทยาการได้ให้ความรู้ ซึ่งการทำ สบู่ เห็นว่าทุกคนต้องใช้ ทุกครัวเรือนต้องมี จึงมีแนวคิดที่ ควรจะผลิตเองเพื่อใช้ในครัวเรือนเพื่อช่วยลดรายจ่ายในครอบ ครัวของตัวเอง เมื่อผลิตเองใช้เองแล้วมีคนสนใจแรกๆก็แจกจ่าย เพื่อให้ทดลองใช้ จากนั้นก็มีผู้ที่ใช้แล้วกลับมาซื้อต่อ จึงทำให้ เกิดแรงบันดาลใจในการผลิตเพื่อขายในชุมชน จากเดิมทำเพียง 1-2 แบบ จากส่วนผสมในท้องถิ่นเช่น ไพร มะขาม น้ำนม จึงได้คิดต่อยอดมาเป็นหลากหลายเพิ่มขึ้น เช่น กาแฟ ผงถ่านซาโด น้ำผึ่ง รังไหม คอราเจล 14/09/2561 13:27:05 อ่านต่อ...
55 เรียนรู้ผลิตภัณฑ์ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับและของใช้ไทดำ (เครื่องประดับ) การประดิษฐ์ ตัดเย็บผ้าไทดำเป็นภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ไทดำ ที่สืบต่อเนื่องมาแต่โบราณ แม้ในปัจจุบันจะมีการประยุกต์ศิลปะสมัยใหม่ หรือวัสดุสมัยใหม่ แต่ยังคงเอกลักษณ์การประดิษฐ์ การเย็บปัก การตัดเย็บแบบดั้งเดิม มีลวดลายเฉพาะที่เป็นรูปแบบไทดำ มีเอกลักษณ์ของการตัดเย็บ และแต่งกายที่เป็นแบบแผนเฉพาะกลุ่มชน ซึ่งสามารถสื่อถืงสถานะทางสังคม สื่อถึงสถานภาพของแต่ละบุคคลโดยสามารถดูได้จากการแต่งกายและเครื่องประดับ ในชุมชนไผ่รอบมีกลุ่มสตรีไผ่รอบ รวมกลุ่มกันสืบทอดการประดิษฐ์เครื่องแต่งกายไทดำ ร่วมกันสืบทอดการปักผ้าไทดำ การตัดเย็บเสื้อผ้า และทำเครื่องประดับ ตลอดจนประยุกต์ลายผ้าทำกระเป๋า พวงกุญแจ 14/09/2561 13:26:52 อ่านต่อ...
56 เรียนรู้ผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์จากเศษไม้ (ของใช้ตกแต่ง) ผลิตภัณฑ์จากไม้ หรือ ผลิตภัณฑ์จากเศษไม้ ทุกวันนี้ปัญหาเรื่องขยะยังคงไม่เบาบางลงไม่ว่าจะในประเทศไหนๆ รวมทั้งไทยเราด้วย เพราะทุกๆวันแต่ละคนทิ้งขยะเป็นปริมาณมาก ซึ่งจริงๆแล้วถ้าของพวกนั้นเป็นของที่สมควรทิ้งจริงๆ อย่างเช่น ไม้เหลือจากการก่อสร้าง การนำเอาวัสดุเศษไม้ที่มีคุณค่ามาสร้างเป็นงานประดิษฐ์เป็นหนึ่งในงานที่ทำให้เพลิดเพลิน แต่ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว แต่ประดิษฐ์ที่จะสร้างรายได้บางครั้งก็ทำตามใจตัวเองมากไม่ได้ เพราะต้องคำนึงถึงความต้องการของคนซื้อด้วย จึงต้องใช้ทักษะความสามารถ และความสร้างสรรค์ผลงานให้ตรงตามความต้องการผู้ชื้อ 14/09/2561 13:19:47 อ่านต่อ...
57 เรียนรู้ผลิตภัณฑ์ ผ้าฮิญาบปักมุก (ผ้าและผลิตภัณฑ์จากผ้า) ฮิญาบเป็นอาภรณ์ของชาวมุสลิม คือผ้าคลุมศีรษะ เพื่อปกปิดร่างกายให้มิดชิด เป็นเครื่องแต่งกายที่แต่งกันมาช้านาน ทั้งในและต่างประเทศ ด้วยเป็นเครื่องแต่งกายที่มีมานาน และจะมีไปตลอด โดยเป็นการแต่งกายที่จะไม่ตกเทรน เพราะเป็นการแต่งกายซึ่งเป็นการปฏิบัติตามหลักศาสนา ผู้ผลิตจึงเห็นว่า ด้วยการเจริญก้าวหน้าของยุคสมัย ผู้คนชายหญิงต้องออกพบปะ สมาคม การแต่งกายตามหลักการศาสนา จึงน่าจะสามารถทำให้กลมกลืนเข้ากับการแต่งกายของคนทั่วไปในสังคมได้ โดยไม่ผิดหลักการ ผู้ผลิตจึงนำฮิญาบสี่เหลี่ยมผืนผ้า มาปักลวดลายต่างๆ ด้วยมุก เลื่ยม ให้ดูทันสมัย และเพิ่มความแปลกใหม่ จากผ้าธรรมๆแลมีคุณค่ายิ่งขึ้น อีกทั้งการนำลูกไม้มาเพิ่มในตัวผ้าจึงทำให้สินค้ามีความอ่อนหวานมากขึ้น ทั้งนี้ความทันสมัยสวยงามและความอ่อนหวานของผ้าจึงทำให้ฮิญาบของเราสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกวัย และมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน 14/09/2561 12:46:06 อ่านต่อ...
58 เรียนรู้ผลิตภัณฑ์ เตาซุปเปอร์อั้งโล่ ปั้นชีวิต ปั้นรายได้ (ของใช้ตกแต่ง) จากการที่องค์การบริหารส่วนตำบลวังหลุม ได้เข้าร่วมโครงการวางแผนพลังงานชุมชน “วิถีพลังงานชุมชนของคนพอเพียง” เมื่อปีงบประมาณ 2552 โดยได้รับการสนับสนุนกิจกรรมด้านพลังงานจากสำนักงานพลังงานจังหวัดพิจิตร ซึ่งได้ร่วมกันจัดทำแผนพลังงานชุมชนตำบลวังหลุมขึ้น เพื่อวิเคราะห์เรื่องการใช้พลังงาน วิธีการจัดการพลังงานและการเลือกใช้เทคโนโลยีพลังงานที่เหมาะสมกับชุมชน โดยจัดกิจกรรมสะท้อนข้อมูลการใช้พลังงานของตำบลวังหลุม พบว่าตำบลวังหลุมมีการใช้เตาถ่านในการหุงต้ม ประกอบกับใช้เตาแก๊สร่วมด้วย การดำเนินกิจกรรมด้านพลังงานที่ต่อเนื่อง และการผลักดันขององค์กรที่สนับสนุนร่วมกับแกนนำชุมชนที่เข้มแข็ง เนื่องจากในชุมชนมีเศษวัสดุที่หาได้จากท้องถิ่น เช่น เศษไม้ เศษฟาง แกลบ จึงมีแนวคิดที่จะนำมาปั้นเตา เพื่อลดการใช้พลังงาน เริ่มแรกมีสมาชิก 10 คน ปัจจุบันมีสมาชิก 25 คน ปี พ.ศ. 2553 ได้มีวิทยากรจากกระทรวงพลังงานมาสอนวิธีปั้นเตา ที่องค์การบริหารส่วนตำบลวังหลุม ปีพ.ศ. 2554 องค์การบริหารส่วนตำบลวังหลุมได้ให้งบประมาณ 5,000 บาท เพื่อนำไปทำโรงเรือนในการปั้นเตามหาเศรษฐี ที่บ้าน นายณัฐวัชร จันทะโสม หมู่ที่ 5 ตำบลวังหลุม อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร และนายณัฐวัชร จันทะโสม ได้ไปศึกษาดูงานที่มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลกเรื่องเตามหาเศรษฐี และได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรที่องค์กรต่างๆ ปี พ.ศ. 2555 มีเด็กนักเรียนที่สนใจการปั้นเตามาฝึกหัดปั้นเตากับนายณัฐวัชร จันทะโสม ในเวลาเลิกเรียน และวันหยุด 14/09/2561 12:44:32 อ่านต่อ...
59 เรียนรู้ผลิตภัณฑ์ เครื่องปั้นดินเผา (ของใช้ตกแต่ง) การทำเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด ตำบลเกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี สืบทอดมาจากบรรพบุรุษชนชาติมอญที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเมื่อชาวมอญได้รับ พระบรมราชานุญาตตั้งบ้านเรือนบริเวณปากเกร็ด และพื้นที่ดังกล่าวมีสภาพดินที่เหมาะสม คือ ดินมีความเหนียวดี สีนวลหรือปนเหลือง ไม่ดำเกินไป เนื้อดินจับกันเป็นก้อน ไม่ร่วนซุย เป็นดินที่พบได้บริเวณเกาะเกร็ด ซึ่งเครื่องปั้นดินเผาที่มีชื่อเสียง คือ หม้อน้ำลายวิจิตร ซึ่งทำขึ้นเพื่อถวายพระสงฆ์ และเป็นของกำนัลให้แก่ผู้ใหญ่ ทางราชการจึงถือเอาหม้อน้ำลายวิจิตรเป็นตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดนนทบุรี 14/09/2561 12:33:05 อ่านต่อ...
60 เรียนรู้ผลิตภัณฑ์ จักสานลายดอกพิกุล (ของใช้ตกแต่ง) ผลิตภัณฑ์จักสาน ชุมชนคุณธรรมบ้านดงกลาง หมู่ที่ 3 ของนางบุญเรือง สุขทัศน์ เริ่มแรกทำขึ้นเพื่อใช้สอยในครอบครัวมีการสืบทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งได้คุ้นเคยอยู่กับงานจักสานของแม่(นางเล็ก สุขทัศน์ อายุ 82 ปี) ตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว เริ่มแรกแม่สอนให้จักตอกให้เป็นก่อนแล้วฝึกสานเรียนรู้ไปด้วยกัน ด้วยเป็นงานที่ยากต้องใช้ความอดทนมากจึงไม่ได้สานงานต่อตั้งแต่อายุยังน้อย หันไปทำอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าที่ต่างถิ่น กระทั่งกลับมาทำนาที่บ้าน จึงได้มาเรียนรู้งานจักสานต่อ เพราะเกรงว่าการสานลายโบราณเช่น ลายดอกพิกุล เป็นต้น จะสูญไปจากครอบครัวและชุมชน จึงได้กลับมาทำกว่า 3 ปีแล้ว ผลงานที่ผลิตออกมา เช่น ตะกร้า กระบุงเล็ก กระดง เป็นต้น 14/09/2561 12:24:19 อ่านต่อ...