กลองยาวและรำกลองยาว เป็นศิลปะการ แสดงพื้นบ้านที่ชาวตำบลหนามแดงได้รับการถ่ายทอดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน จากรุ่นสู่รุ่นจนกลายเป็นวัฒนธรรมของท้องถิ่น กลองยาว และการรำ กลองยาว ใช้เล่นกันอย่างแพร่หลาย โดยนิยมใช้เล่นในงานบุญ งานประเพณีต่าง ๆ ของท้องถิ่น เช่น งานแห่นาค งานทอดกฐิน งานประเพณีสงกรานต์ งานประเพณีถวายเทียนพรรษา เป็นต้น แต่ปัจจุบันศิลปะการแสดงพื้นบ้านกลองยาว เริ่มลดบทบาทลง ประชาชนให้ความสำคัญน้อยลง เนื่องจากอิทธิพลของวัฒนธรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่
เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้เด็กและเยาว ชนรัก และภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น ตระหนักและช่วยกันอนุรักษ์ สืบทอดมรดกอันล้ำค่าด้านดนตรี ศิลปะการแสดงพื้นบ้านกลองยาว ซึ่งเป็นวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป ชุมชนตำบลหนามแดง จึงได้จัดทำโครงการถ่ายทอดความรู้ ด้านศิลปะ การแสดงพื้นบ้าน (กลองยาว) ขึ้น โดยเชิญภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นคลังสมองด้านดนตรี ศิลปะการแสดงพื้นบ้าน (กลองยาว) ของตำบลหนามแดง มาเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้เด็กและเยาวชน
การตีกลองยาวและการรำประกอบ
ก่อนเล่นมีการบูชาไหว้ครูโดยจุดธูปเทียนดอกไม้ สุรา และเงิน 12 บาท
1. การเล่นใช้คนเล่นทั้งหมด 17 คน
- คนตีกลอง 7 คน
- คนตีฆ้อง, กรับ, ฉาบ, ฉิ่ง 4 คน
- คนรำ 6 คน
2. นั่งล้อมวงติดถ่วงเทียบเสียงกลอง (ถ่วงด้วยข้าวสุก ตำกับขี้เถ้าให้ละเอียดหรือเหนียว)
3. เริ่มเล่นโหม่งตีจังหวะให้สัญญาณขึ้นเพลง เพลงที่จะเล่นมีประมาณ 5 เพลง ได้แก่
3.1. เพลงม้าย่อง
3.2. เพลงหรั่งย่ำเท้า
3.3. เพลงแขก
3.4. เพลงเซิ้งกระติ๊บ
3.5. เพลงเซิ้งสวิง
4. ในระหว่างขึ้นเพลง นักรำจะทำการร่ายรำไปตามเพลงแต่ละชนิด
5. เวลาจบหัวหน้าที่อยู่ในหมู่กลองเร่งเตือนว่าจะลงกลองเพื่อจบหรือหยุดเล่น
เป็นคณะกลองยาวของนักเรียนในโรงเรียนวัดหนามแดง โดยการฝึกซ้อมของคณะครู ส่งเสริมให้นักเรียนรักวัฒนธรรมไทย และสร้างรายได้ให้แก่นักเรียน และสถานศึกษา
1. การได้เรียนรู้และถ่ายทอด ด้านดนตรี ศิลปะ
การแสดงพื้นบ้าน
2. เป็นมรดกทางวัฒนธรรม
3. ป้องกันโรคคอหอยพอก
4. การรักษาภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไว้ให้คงอยู่
สืบไป
5. เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ความเป็นมา รู้คุณค่า และเกิดทักษะด้านดนตรี ศิลปะการแสดงพื้นบ้าน